จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

วันอาทิตย์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

การบูชาพระบรมสารีริกธาตุ

การบูชาพระบรมสารีริกธาตุจากชมรมโลกทิพย์ครับ เผื่อเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่นำพระบรมสารีริกธาตุที่ได้รับไปบูชาครับ

1.การจัดที่บูชา
การตั้งพระธาตุและภาชนะที่รองรับ ภาชนะที่รองรับพระธาตุหรือพระบรมสารีริกธาตุจะต้องเป็นผอบไม้จันทร์ โถกระเบื้องเล็กๆ ที่มีฝาครอบก็ได้ หรือจะเป็นเจดีย์ไม้เล็กๆ ก็ได้
ควรรองภายในด้วยสำลี แล้วทับด้วยผ้าขาวอีกทีหนึ่ง แล้วจึงอัญเชิญพระธาตุวางข้างบน
ผอบพระบรมสารีริกธาตุควรไว้สูงกว่าพระบูชา
แตถ้าสถานที่ไม่อำนวยจะวางไว้หน้าพระบูชาก็ได้แต่ควรมีพานเล็กๆ รองรับผอบ

โต๊ะบูชาไม่ควรสั่นหรื่อโยกเวลาเดินผ่าน จะต้องมั่นคงแข็งแรง
เคยอ่าน เขาจะบรรจุดอกพิกุลเงินพิกุลทอง และไม้จันทร์ขีดเล็กๆ ไว้กับพระธาตุ ต้องใช้ไหมเจ็ดสีมณีเจ็ดอย่างจะถูกโฉลก

แต่ที่เรามีไว้ในบ้าน เราจะเอาสำลีวางรองไว้ในผอบ ตัดผ้าแดงวางทับสำลี เอาไหมเจ็ดสีตัดเป็นเส้นเล้กๆ วางบนผ้าแดง แล้วตัดผ้าขาววางทับลงไปอีกแล้วจึงอัญเชิญพระธาตุวางไว้ข้างบน

การที่เอาผ้าแดงวางไว้ใต้ผ้าขาว เพราะเขาถือว่าพระธาตุมีเทพรักษาและสีแดงเป็นสีของเทพ

การถวายน้ำจัน ผมว่าอาจจะพิมพ์ผิด น้ำจัน ความหมายคือ เหล้าหรือสุรา ซึ่งขัดกับศีลข้อ 5 ในที่นี้ผมว่าน่าจะเป็นน้ำมันจันทร์ ซึ่งของแท้จะมีราคาค่อนข้างสูง บางแห่ง ที่คุยกับพระอาจารย์ที่เสด็จมาเรื่อยๆ ท่านใช้น้ำอบปรุงรส เจ้าคุณ นำมีสีเขียว สกัดจากเกสรดอกไม้
อยางไรก็ดีที่กล่าวมาเป็นอามิสบูชา ซึ่งควรต้องปฏิบัติควบคู่กับการสวดมนต์ กรรมฐานด้วย ถ้าพระบรมสารีริกธาตุหรือพระธาตุที่ได้รับมาจริง คุณมีศรัทธา มีบุญบารมี และปฏิบัติบูชาให้มากๆ อธิษฐานจิต ในความคิดผม ผมเชื่อว่าพระธาตุอาจแสดงอะไรบางอย่างให้ทราบว่าเป็นพระธาตุได้ครับ หรือไม่อาจมีพระธาตุเสด็จมาเอง

อีกแหล่งข้อมูลหนึ่งที่แนะนำวิธีบูชา การอัญเชิญ ลองเข้าไปที่
http://www.relicsofbuddha.com ซึ่งผมได้คัดลอกมาครับ

2.วิธีบูชาพระบรมสารีริกธาตุ

การจะบูชาพระบรมสารีริกธาตุนั้นก่อนอื่นต้องชำระล้างร่างกาย ทำจิตใจ ให้สะอาดผ่องใส จัดหาดอกมะลิใส่ภาชนะบูชา ตั้งสักการะ ณ ที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ แล้วจุดธูปและเทียน ตั้งใจให้เป็นสมาธิ กราบ 3 ครั้ง แล้วจึงตั้งนะโม 3 จบ กล่าวคำบูชาพระบรมสารีริกธาตุ

คำกล่าวบูชาพระบรมสารีริกธาตุ มีอยู่มากมายทั้งภาษาบาลี และภาษาไทย แต่ที่พบเห็นกันอยู่โดยทั่วไป และกระทำได้โดยง่ายนั้นคือ

คำกล่าวพรรณนาพระบรมสารีริกธาตุ

" อะหัง วันทามิ ทูระโต
อะหัง วันทามิ ธาตุโย
อะหัง วันทามิ สัพพะโส "

*คำกล่าวอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ ก็สามารถนำมาใช้กล่าวบูชาได้เช่นกัน*


การบูชาพระธาตุนั้น นอกเหนือจากการบูชาด้วย "อามิสบูชา" เช่น การบูชาด้วยดอกไม้ ธูปเทียน และ เครื่องหอมต่างๆแล้ว การบูชาด้วยการ "ปฏิบัติบูชา" ซึ่งเป็นวิธีที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสรรเสริญ เป็นอีกวิธีการหนึ่ง ที่นิยมปฏิบัติควบคู่ไปด้วย ในการบูชาซึ่งพระบรมสารีริกธาตุ และพระธาตุทั้งหลาย โดยทั่วไปนิยมปฏิบัติตามแนวอริยมรรค 8 ประการ สรุปโดยย่อได้แก่

1. การบูชาด้วยศีล ซึ่งศีลเป็นพื้นฐานและเป็นที่ตั้งมั่นแห่งการทำความดี เป็นเกราะป้องกันความชั่วทั้งปวง ไม่ทำให้จิตใจเศร้าหมอง ทำให้เกิดความพร้อมต่อการปฏิบัติสมาธิ (สัมมาวาจา สัมมากัมมันตะ สัมมาอาชีวะ)

2. การบูชาด้วยสมาธิ ซึ่งการสวดมนต์ภาวนา นั่งสมาธิ ดูลมหายใจเข้า-ออก เป็นการฝึกความเข้มแข็งของจิต ให้มีกำลังในการพิจารณาหลักธรรมต่างๆได้ตามความเป็นจริง (สัมมาวายามะ สัมมาสติ สัมมาสมาธิ)

3. การบูชาด้วยปัญญา คือการใช้ปัญญาพิจารณาหลักความเป็นจริง ตามหลักไตรลักษณ์ (สัมมาทิฏฐิ สัมมาสังกัปปะ)

นอกจากนี้ การบูชาพระธาตุยังได้ประโยชน์ ในด้านเป็นอนุสติ 10 อีกด้วย ดังนี้คือ

พุทธานุสติ คือ การระลึกถึงคุณของพระพุทธเจ้า (พระบรมสารีริกธาตุ)
ธัมมานุสสติ คือ การระลึกถึงคุณของพระธรรม (ธรรมที่ทำให้อัฐิกลายเป็นพระธาตุ)
สังฆานุสสติ คือ การระลึกถึงคุณของพระสงฆ์ (พระสงฆ์สาวกธาตุ)

สีลานุสสติ คือ การระลึกถึงศีลของตน (ผลของศีลที่ทำให้อัฐิกลายเป็นพระธาตุ)
จาคานุสติ คือ การระลึกถึงทานของตน (ผลของทานที่ทำให้อัฐิกลายเป็นพระธาตุ)
เทวตานุสสติ คือ การระลึกถึงคุณที่ทำบุคคลให้เป็นเทวดา (เทวดารักษาพระธาตุ)

มรณานุสสติ คือ การระลึกถึงความตายที่จะมาถึงตน (แม้พระอริยเจ้าก็ต้องตาย)
กายคตาสติ คือ ระลึกทั่วไปในกาย ให้เห็นว่าไม่งาม น่าเกลียด (เมื่อตายแล้วก็เหลือเพียงกระดูก)
อานาปานสติ คือ การระลึกถึงสติกำหนดลมหายใจเข้าออก (ผลของสมาธิที่ทำให้อัฐิกลายเป็นพระธาตุ)
อุปสมานุสสติ คือ การระลึกถึงคุณพระนิพพาน (แดนพระนิพพานที่พระอริยเจ้าได้ก้าวล่วง)

วิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ
สำหรับบ้านที่มีพระบรมสารีริกธาตุไว้บูชาอยู่แล้วคงจะทราบดี เป็นที่น่าแปลกคือ พระบรมสารีริกธาตุนั้น สามารถเพิ่ม หรือลดจำนวนได้เอง โดยสามารถเสด็จไปไหนมาไหนเองก็ได้ แม้ว่าจะเก็บไว้ในภาชนะที่ปิดสนิทดีสักเท่าใดก็ตาม โดยเชื่อกันว่าหากไม่ดูแลรักษาเอาใจใส่ ประดิษฐานไว้ในที่ไม่สมควร หรือขาดการถวายความเคารพแล้ว พระบรมสารีริกธาตุอาจเสด็จหายจากสถานที่นั้นๆก็เป็นได้ โดยทางตรงกันข้าม หากได้รับการปฏิบัติบูชาดี ผู้สักการบูชา มีกาย วาจา ใจ สะอาดบริสุทธิ์ อยู่ในศีลธรรม พระบรมสารีริกธาตุก็อาจเพิ่มจำนวนได้เช่นกัน

3. วิธีอัญเชิญโดยทั่วๆไปมีดังนี้

1. จัดที่บูชาให้สะอาด
2. ตั้งพานมะลิบูชา (ถ้ามี)
3. นำน้ำสะอาดใส่ขันสัมฤทธิ์ตั้งไว้หน้าที่บูชา (ตามวิธีโบราณ)
4. ชำระล้างร่างกายให้สะอาด

5. ทำจิตใจให้ปลอดโปร่ง มีสมาธิ
6. สมาทานศีล
7. ระลึกถึงพระพุทธคุณ (ตั้งนะโม 3 จบ แล้วสวดสรรเสริญพระพุทธคุณ อิติปิโสฯ)
8. สวดคาถาอัญเชิญพระธาตุ ดังนี้

" อิติปิโส วิเสเสอิ อิเสเส พุทธะนาเมอิ อิเมนา พุทตังโสอิ อิโสตัง พุทธะปิติอิ "

* การเสด็จมาอาจมีด้วยกันหลายวิธี เช่น เสด็จมาเอง มีผู้มอบให้ แบ่งองค์ ฯลฯ


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น