จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

วันเสาร์ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2561

การ copy และถ่ายโอนพลังพระเครื่อง ทำได้หรือไม่

เปิดขายอีบุค รวยด้วยพระเครื่อง ที่มีพลังพุทธคุณสูง  คลิกที่นี่
การ copy และถ่ายโอนพลังพระเครื่อง ทำได้หรือไม่

หลายปีก่อน 
ตอนที่นำพระเครื่องไปให้ อาจารย์อาชวิน ตรวจพลังพระเครื่อง

ได้เห็นบางคนนำพระเครื่องที่แขวนบูชาประจำตัว 
นำพระไปให้อาจารย์อาชวิน   ช่วยเติมพลังที่ขาด 

ด้วยการ copy พลังจากองค์พระเครื่องที่มีพลังที่เขาต้องการ 
นำมาใส่ลงในพระเครื่องของเขา

และอาจารย์อาชวินก็ได้ทำให้
และตรวจสอบอีกครั้งว่า 

พระเครื่องที่นำมาเพิ่มพลังที่เจ้าของต้องการนั้น มีพลังรูปแบบนั้นอยู่ในพระเครื่องของเขาแล้วหรือยัง ?

เมื่อมีพลัง...แล้วก็โอเค

วิธีการทำ
โดยการนำพลังพระเครื่องต้นแบบมาก่อน
แล้วนำพระเครื่องที่ต้องการเพิ่มพลัง...มาเพื่อเตรียมรับพลัง

จากนั้นก็มีกระบวนการถ่ายโอนพลังงานจากพระเครื่องต้นแบบไปสู่พระเครื่องอีกองค์   และอีกองค์   ได้เรื่อย  ๆ   ตามต้องการ

ซึ่งวิธีการนี้
สามารถอธิบายเป็นภาษาที่เข้าใจได้ง่ายๆคือ

เราต้องมาปรับพื้นฐานความเข้าใจให้อยู่ในจุดเดียวกันก่อน
ลืมความรู้ ความเห็นส่วนตัวไปชั่วคราว

เริ่มต้นแบบนี้

ให้พระเครื่องแต่ละองค์เหมือนเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่ง
แต่มีข้อมูลในระบบไม่เท่ากัน

ข้อมูลที่ว่านี้  เปรียบเหมือนพลังในรูปแบบต่าง  ๆ ที่ครูบาอาจารย์ได้เมตตาใส่ไว้ในพระเครื่องแต่ละองค์  เพื่อช่วยเหลือลูกศิษย์  และคนทั่วไป

แบ่งได้เป็นพลังหลักๆคือ


  • เมตตา 
  • แคล้วคลาด 
  • คงกระพัน 
  • โชคลาภ 
  • พุทธบารมี 
  • พลังอำนาจ 


คือ 6 พลังหลักใหญ่ๆในพระเครื่อง

พระเครื่องบางองค์มีครบทั้ง 6 พลังหลักนี้ 
บางองค์มีไม่ครบ

บางองค์มีครบทั้ง 6 พลังหลักนี้ 
แต่รัศมีการส่งพลังไกล  และเข้มแข็งไม่เท่ากัน

วิธีการก็เหมือนกับการ copy ไฟล์ในเครื่องคอมพิวเตอร์ตัวต้นแบบ แล้วส่งโอนไฟล์ที่ต้องการไปสู่คอมพิวเตอร์เครื่องอื่นๆ

และเมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการถ่ายโอนไฟล์ข้อมูล
คอมพิวเตอร์เครื่องอื่น  ๆ  ที่มารับถ่ายโอนข้อมูล

ก็จะมีข้อมูลเหมือนเครื่องคอมพิวเตอร์ต้นแบบทุกประการ
และข้อมูลไฟล์ในคอมพิวเตอร์ต้นแบบ ก็ยังอยู่ครบสมบูรณ์เช่นเดิม



สนใจตรวจพลังพระเครื่องด้วยแพนดูลั่ม ดูได้ที่นี่

อ่านเรื่องราว  ตรวจภาพพลังพระเครื่องด้วยแพนดูลั่ม ที่นี่

วันอังคารที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2560

นั่งสมาธิหลับตาคืออะไร

นั่งสมาธิหลับตาคืออะไร
หลายคนเคยฝึกการนั่งสมาธิ หลายคนเคยเห็นการนั่งสมาธิแบบหลับตา
แล้วก็นั่งสมาธิแบบนี้นั่งไปทำอะไร นั่งไปเพื่ออะไร

การนั่งสมาธิ แบบหลับตา ไม่ใช่นั่งแล้วคิดไปเรื่อยเปื่อย
หลายร้อยหลายพันเรื่อง

 แบบนี้ไม่ใช่นั่งสมาธิ อันนี้เรียกว่านั่งแล้วคิดฟุ้งซ่าน

 การนั่งสมาธิแบบหลับตา
 ผู้ที่นั่งสมาธินั้น ต้องนำความรู้สึกมาอยู่ที่ตัวเอง เรียกว่าการรู้สึกตัวเอง
 เรียกว่าความรู้สึกตัวก็ได้

 รู้สึกตัวแบบไหน
มีหลายแบบให้เลือก ตามความถนัดและความต้องการของแต่ละคน

 พื้นฐานที่ใช้กันทั่วไปคือ
การรู้สึกลมหายใจเข้าออก จับความรู้สึก
ผ่านเข้ามาและอ่านออกไปที่ตรงปลายจมูก แค่รู้สึกเท่านั้น    

โดยทำตัวเองให้เหมือนกับเป็นพนักงานเปิดประตูปิดประตู
 มีคนเข้ามาก็เปิดประตู มีคนออกไปก็เปิดประตู
 เป็นการทำความรู้สึกตัวอยู่ที่ลมเข้าออก แบบนี้คือวิธีที่ 1
 และยังมีอีกหลายหลายแบบ แบบ ต่อมาเช่น

การรู้สึกลมหายใจวิ่งจากปลายจมูกลงมาที่ลำคอและไปหยุดที่ท้อง แล้วจากท้องวิ่งออกมาลำคอมาที่ปลายจมูก แบบนี้เป็นการตามลมเข้าตามลมออก
หรือจะอีกแบบหนึ่ง
 การสังเกตท้อง ที่พองออกและยุบเข้ามา ตามลมหายใจเข้าและออก
การนั่งสมาธิแบบหลับตาและสร้างความรู้สึกนี้
 จะทำให้เรารวมความคิดทั้งหมด มาอยู่ที่ความรู้สึก ลมหายใจเข้าและออก
 เมื่อทำไปนานๆเข้า จะรู้สึกความสงบความสบาย ค่อยๆเกิดขึ้นในใจ

ใครสนใจต้องลองทำดูแล้วก็จะรู้ว่ามันเป็นอย่างไร